“ธนาธร”ยัน 6 เม.ย.นี้ ไปพบ ตร. ตามหมายเรียก แจงไม่ได้พา“รังสิมันต์”หนี

83

“ธนาธร”ยัน ไปพบตำรวจตามหมายเรียก ม.116 วันที่ 6 เม.ย.นี้ พร้อมชี้แจง ไม่ได้พา”โรม”หลบหนี แค่พาไปส่ง ชี้ มีความพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคอนาคตใหม่

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ถูกหมายเรียก ในวันที่ 6 เม.ย.นี้ ว่า ในดังกล่าว ตนจะเดินทางไป สน.ปทุมวัน เวลา 10.00 น. ตามหมายเรียก ซึ่งกรณีนี้ ตามข่าวที่ปรากฎ ระบุว่า เรื่องดดังกล่าวเกิดเมื่อเดือน มิ.ย. 2558 มีกลุ่มนักศึกษาที่ออกมารณรงค์ ครบรอบ 1 ปี รัฐประหาร ในวันที่ 22 พ.ค. 2558 ก่อนที่เยาวชนกลุ่มนี้จะโดนคดีความ ทำให้มีประชาชนกลุ่มหนึ่งเข้าไปให้กำลังใจที่บริเวณ หน้าสน.ปทุมวัน ในวันที่ 24 มิ.ย. 2558 เท่าที่จำได้ รถคันที่ใช้ในวันเกิดเหตุ น่าจะเป็นรถของบริษัทที่มี คุณสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นกรรมการผู้จัดการ

นายธนาธร กล่าวต่อว่า ตนก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เดินทางไปให้กำลังใจ เยาวชนกลุ่มนี้ด้วย เมื่อตนไปถึง สน.ประมาณช่วง 2-3 ทุ่ม พอตกดึก เมื่อเยาวชนกลุ่มนี้ได้รับการปล่อยตัวมาจาก สน. ตนอยู่ระหว่างเดินทางกลับบ้าน เมื่อพบกับ นายรังสิมันต์ โรม หนึ่งในสมาชิกของเยาวชนกลุ่มนี้ที่ริมถนน ก็เลยถามเขาว่า ออกมาแล้ว กำลังจะไปไหน แล้วอาสาไปส่งที่ที่เจ้าตัวต้องการไปให้ เรื่องเป็นแบบนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน การที่คุณรังสิมันต์เดินออกมาจาก สน.ได้ แสดงว่า เขาได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ใน สน.ออกมาแล้ว ตนไปเจอเขาอยู่ข้างถนน กำลังเรียกแท็กซี่กลับบ้าน จึงอาสาไปส่ง เพื่อให้กำลังใจกัน ซึ่งตนพร้อมชี้แจงทุกประเด้นในเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไร ที่โดนข้อกล่าวหา มาตรา 116 นายธนาธร กล่าวว่า นี่เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคอนาคตใหม่ เป็นการพยายามทำลายฝั่งตรงข้ามกับการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ

ถามต่อว่า มองว่าแปลกหรือไม่ เมื่อคดีดังกล่าวผ่านมา 4 ปีแล้ว แต่พึ่งจะโดนออกหมายเรียก นายธนาธร กล่าวว่า เรื่องนี้คงต้องให้สังคงช่วยกันพิจารณา ส่วนตัวไม่มีความกังวลใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ตนคิดว่ามีความเป็นไปได้ 2 อย่าง คือ 1.พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของสังคมออกจากเรื่องความผิดปกติของการเลือกตั้ง และความกดดันที่มีต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง 2.ความพยายามที่จะทำลายพรรคอนาคตใหม่ รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง จากความกลัว การเติบโตขึ้นของพลังผู้ที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ตนเชื่อว่าหากกระบวนการยุติธรรมและโปร่งใสจริง ตนเชื่อว่าคดีที่เกิดกับตน นายปิยบุตร และพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมด ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายเพียงพอที่จะลงโทษเราทุกคดี เราเชื่อในความบริสุทธิ์ใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ช่วงสัปดาห์นี้ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคพรรคอนาคตใหม่ โดนโจมตีเรื่องเกียวกับ ม.112 ได้มีการคุยกับนายปิยบุตรบ้างหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า นายปิยบุตรยังมีกำลังใจเข้มแข็งดี พวกเราพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่า นายปิยบุตรเป็นเสาต้นที่สำคัญของพรรคอนาคตใหม่ ในเมื่อวาน วันนี้ และวันพรุ่งนี้ต่อไป ซึ่งนายปิบุตรเองก็ตอบชัดแล้ว ทั้งใน รายการทีวี ในเพจเฟซบุ๊คส่วนตัว ซึ่งการใช้เรื่องสถาบัน หรือ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายรัฐมนตรี มาโจมตีศัตรูทางการเมืองนั้นเป็นเรื่องเก่า คำถามคือ เราจะอยู่กับอดีตอย่างนี้ไม่เรื่อยๆ หรือเปล่า หรือเราจะเดินหน้าไปสู่อนาคตที่ยังมีความท้าทายในสังคมไทยอีกเยอะแยะไปหมดที่รอการจัดการกลุ่มคนที่ใช้การเมืองเก่าเล่นงานคู่ต่อสู้ทางการเมือง คือกลุ่มคนที่พยายามดึงประเทศไว้ให้อยู่ในอดีต

“พรรคอนาคตใหม่ต้องการพาสังคมไทยเดินสู่อนาคตที่คนเท่าเทียมกัน อย่าใช้ข้อกล่าวหานี้ทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมืองอีกเลย เพราะข้อกล่าวหานี้ใช้ไม่ได้ผลแล้ว ต่อเนื่องกับกรณีของนาย ปิยบุตร ที่มีประชาชนล่ารายชื่อ ไม่ให้นายปิยบุตรเป็น ส.ส. ทำหน้าที่ในสภา ซึ่งมีประชาชนลงชื่อราวหมื่นกว่าคน ในทางกลับกัน ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกกต.แล้วลงชื่ออนไลน์ เกือบถึงหนึ่งล้านคนแล้ว เช่นเดียวกับประชาชนที่ลงชื่อถอดถอน พล.อ.อภิรักษ์คง สมพงษ์ ผบ.ทบ.มีกว่า 30,000 คน ซึ่งเยอะกว่าที่ลงชื่อถอดถอน นายปิยบุตรเสียอีก ดังนั้นก็ชัดเจนว่า เสียงที่สังคมส่งเสียงอยู่ คือเสียงของการเรียกร้องให้ประเทศไทยกลับมาสู่ ความเป็นประชาธิปไตย ความเป็นนิติรัฐ” นายธนาธร กล่าว