เลอะเทอะ! “ภูมิธรรม”จวก กกต.สรุปคะแนนเลือกตั้งไม่น่าเชื่อถือ

113

เลขาธิการพรรคเพื่อไทยระบุ ปวดหัว หลังเห็นตัวเลขสรุปผลเลือกตั้ง ข้องใจ คนใช้สิทธิ์เพิ่ม ซัด กกต.เลอะเทอะ

นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวหลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ

โดย นายนพดล กล่าวว่า ตัวเลขที่ประธาน กกต.แถลงเมื่อวันที่ 24 มี.ค.กับการที่ กกต.แถลงวันที่ 28 มี.ค.ไม่ตรงกัน การแถลงล่าสุดพบว่ามีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเพิ่มมาประมาน 3 หมื่นกว่าคน ถือเป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้น เพราะตัวเลขดังกล่าว ควรจะมีความชัดเจน ขณะที่ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์ก็เพิ่มขึ้น 4.4 ล้านเสียง ถือเป็นเรื่องที่แปลกมาก จึงอยากให้ กกต.ชี้แจงว่า จำนวนที่เพิ่มขึ้นมานั้น มาจากอะไร

ขณะที่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรชัดเจนสำหรับพรรคเพื่อไทย ยังมีคำถามอีกมาก ทั้งตัวเลขผู้มีสิทธิและผู้มาใช้สิทธิที่ไม่ตรงกัน โดยตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงเป็นตัวเลขจำนวนมาก เมื่อเห็นตัวเลข กกต.แล้วปวดหัว มันมีความไม่น่าเชื่อถือ กกต.ต้องทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นจะเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของ กกต.เอง เรายืนยันข้อเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยผลคะแนนรายหน่วย วันนี้เรื่องอื่นๆ ถือเป็นเรื่องรอง เรื่องหลักสำคัญ กกต.ต้องทำตัวเลขออกมาให้ชัด ไม่ใช่เปลี่ยนไปตามอำเภอใจในแต่ละวัน เพราะมีผลไปถึงผลการเปลี่ยน ส.ส.ของแต่ละพรรค

“การที่องค์กรระดับชาติเปลี่ยนตัวเลขเช่นนี้ ถือเป็นความเลอะเทอะ และการที่ปล่อยให้การเลือกตั้งผ่านไป 4 วันแล้วยังสับสนอยู่เช่นนี้ จะให้เชื่อมั่นใน กกต.ได้อย่างไร เมื่อ กกต.เป็นผู้จักการเลือกตั้งทั้งระบบ แล้วยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นได้นานาประเทศจะเชื่อมั่นได้อย่างไร แล้วจะไปพูดอะไรไปถึงการตั้งรัฐบาล เพราะจะกลายเป็นว่าเป็นรัฐบาลที่ล้มเหลวไม่มีความน่าเชื่อถือ เป็นรัฐบาลที่ล้มละลายไปแล้วกับกระบวนการจัดการเลือกตั้ง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากข้อผิดพลาดต่างๆ การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า กกต.ต้องตอบคำถามทั้งหมดให้ได้ก่อน ถ้าตอบไม่ได้คำถามนี้ถึงจะตามไปที่ กกต. วันนี้หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องให้ กกต.รับผิดชอบ แต่ตนคิดว่าจุดเริ่มต้นต้องอยู่ที่ กกต. วันนี้มีอย่างเดียวต้องทำหน้าที่ให้กระจ่างชัดให้สังคมยอมรับว่ากระบวนการทุกอย่างเป็นกระบวนการเพื่อความโปร่งใสเสรีและเป็นธรรมไม่ใช่กระบวนการที่หวังเสริมสร้างให้การสืบทอดอำนาจเกิดขึ้นได้ไม่ว่าตั้งใจหรือไม่ก็ตาม