“มาร์ค”แจงจุดยืน5ข้อ ไม่หนุน“บิ๊กตู่”นั่งนายกฯ

92

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืน 5 ข้อ เหตุผล ไม่หนุน“พล.อ.ประยุทธ์”เป็นนายกรัฐมนตรี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมแกนนำพรรค ปชป.แถลงจุดยืนทางการเมืองหลังประกาศว่า ไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ภายหลังการเลือกตั้งว่า ตนเห็นว่ามี 5 ประเด็นหลักที่จะชี้แจงถึงจุดยืนของพรรค คือ 1.จุดยืนนี้ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัว แต่เป็นการพูดในฐานะหัวหน้าพรรคและเป็นอุดมการณ์พรรคที่ยึดมั่นมา 70ปี 2.เป็นการย้ำอุดมการณ์ของพรรค เพราะพรรคต้องการทำงานการเมืองแบบตรงไปตรงมา เพื่อให้ผู้เลือกตั้งมีสิทธิ์ได้รับทราบจุดยืนของแต่ละพรรคอย่างชัดเจนก่อนการเลือกตั้ง ถ้าการประกาศครั้งนี้จะทำให้เสียคะแนนตนก็ยินดี เพราะมันคือความเป็นธรรมกับการเลือกตั้ง

3.ยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ประชาชนมี 3ทางเลือกซึ่งมีจุดยืนและแนวคิดที่ต่างกันอย่างชัดเจน ตนจึงต้องการแถลงให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาอีกและยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่นำไปสู่ความขัดแย้งและไม่บังคับให้ใครเลือกข้าง หรือตัวบุคคล เช่น พล.อ.ประยุทธ์ หรือ นายทักษิณ ชินวัตร อีกต่อไป เพราะอนาคตของประเทศมันเกินเลยไปกว่าเรื่องตัวบุคคล
4.พรรคปชป.ยืนยันว่า จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาลและต้องอยู่ภายใต้พื้นฐานอุดมการณ์ของพรรค คือ ไม่เอาการทุจริตและการสืบทอดอำนาจ แต่การจัดตั้งรัฐบาลหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะดูผลการเลือกตั้งก่อน โดยมีเงื่อนไขคือ ตราบใดที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ไม่สามารถออกมาจากการครอบงำของคนกลุ่มเล็กๆ ที่มีผลประโยชน์ขัดกับผลประโยชน์ของคนในประเทศ พรรคจะไม่ยอมให้เข้าร่วมรัฐบาลด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณเหล่านี้ ขณะเดียวกัน ตนไม่ตกหลุมพรางของพรรคพท.ที่จะสร้างกระแสให้พรรคร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เพราะถ้าพรรค พปชร.คิดสืบทอดอำนาจ ก็ไม่ร่วมด้วย

5.คำถามว่า หลังเลือกตั้งถ้าไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ กลัวว่าบ้านเมืองจะเกิดความขัดแย้งอีกหรือไม่ ตนเห็นว่า สถานการณ์ในประเทศกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าทุกฝ่ายได้เรียนรู้และยืนยันว่า ไม่ต้องการให้เกิดสถานการณ์ความวุ่นวาย รวมถึงตนด้วย ตนก็เรียนรู้ว่าต้องเปลี่ยนแปลงแนวทางในการที่จะจัดการกับปัญหาอย่างไรและตนก็ประกาศชัดว่า จะไม่เกรงใจใคร พร้อมทั้งเชื่อว่า ผู้มีความรับผิดชอบด้านความมั่นคง พร้อมทำงานให้ไม่เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก หลังการเลือกตั้งจะไม่มี ม.44และจะไม่มีเครื่องมือที่มีอยู่ในช่วง 5ปีที่ผ่านมา

“ไม่ว่าจากนี้ไปใครจะมาเป็นนายกฯก็ตาม ส่วนตัว ผมไม่มีปัญหากับ พล.อ.ประยุทธ์และผูกพันกันเพราะทำงานด้วยกันมาในช่วงที่ยากลำบาก อีกทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็เคยให้ความช่วยเหลือแก้ปัญหาตอนที่ตนเป็นนายกฯ และผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ประชาชนขอบคุณที่ พล.อ.ประยุทธ์ พยายามทำให้ประเทศชาติสงบ แต่การตัดสินใจของตนจะเอาเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวมารวมไม่ได้ ต้องคิดถึงประเทศในระยะยาว ผมขอยืนยันว่า ความขัดแย้งในอนาคตจะเกิดขึ้นได้ คือ ถ้ามีการสืบทอดอำนาจและพล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นศูนย์กลางของเงื่อนไขความขัดแย้งที่ง่ายที่สุดหลังการเลือกตั้ง” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว