แสดงพลัง “บิ๊กแดง” นำบิ๊กท็อปบู๊ตปฏิญาณตนกระหึ่มทบ. ลั่นป้องเกียรติ-ศักดิ์ศรี

123

ผบ.ทบ. นำผบ.คุมกำลังปฏิญาณตน ป้องเกียรติ-ศักดิ์ศรีทหาร ลั่น หนุนรัฐบาลที่ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย มอบรางวัลเชิดชู เกียรติ พ.ท.ที่ถูกเสรีพิศุทธ์ด่า

เมื่อเวลา 07.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก ก่อนการประชุม หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) วาระพิเศษ และการประชุมผู้บังคับหน่วยระดับกองพันขึ้นไป โดย มีผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน ผู้บังคับการกรม ผู้บัญชาการกองพล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก ทั่วประเทศ 796 นาย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) นำกล่าวคำปฏิญาณตนต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 บริเวณ หน้าหอประชุมกิติขจรว่า”ข้าพระพุทธเจ้าจักรักษามรดกของพระองค์ไว้ด้วยชีวิต” 3 ครั้ง
จากนั้น พล.อ.อภิรัชต์ ได้นำกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เข้มแข็งว่า “ข้าพเจ้าจักรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้าและจักธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศ และศักดิ์ศรีของทหาร ข้าพเจ้าในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐจะสนับสนุนรัฐบาล ที่ยึดมั่น การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความจงรักภักดี มีธรรมาภิบาล ข้าพเจ้าจะดูแลช่วยเหลือและเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาสน่าจะปกครองดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาและครอบครัวด้วยความเมตตาและเป็นธรรม”
เมื่อกล่าวจบแล้วได้นำถวายบังคม3 ครั้งก่อนทั้งหมดจะเข้าประชุมหน่วยขึ้นตรงภายในหอประชุมกิตติขจร


ทั้งนี้ในการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกอบทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ ได้มอบประกาศชมเชย พ.ท.ปกิจ ผลฟัก รองหัวหน้ายุทธการ มณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยระหว่างการลงพื้นที่หาเสียงของพรรคเสรีรวมไทย ที่จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง
โดยพล.อ.อภิรัชต์ กล่าวชื่นชมว่า มีความอดทนอดกลั้น สามารถควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี จากการถูกยั่วยุที่ถูกหมิ่นประมาท ขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตนเองได้พูดไว้หลายครั้งแล้ว ก่อนจะมีการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ว่าทหารจะยืนอยู่ตรงไหน เราทำหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ให้ดูแลความสงบเรียบร้อย ตนได้พูดล่วงหน้าก่อนหน้านี้ไว้หลายครั้ง ในงานรักษาความสงบ เพียงงานเดียวเท่านั้นที่ทหารเข้าไปมีส่วนร่วมและทหารเข้าไปอยู่กับประชาชน
โอกาสที่ทหารจะสัมผัสกับประชาชนด้วยหน้าที่แล้วน้อยมาก ทหารจะสัมผัสกับประชาชน ก็ต่อเมื่อประชาชนเดือดร้อน มีภัยพิบัติ บ้านเมืองมีศึกสงคราม นั้นคือหน้าที่หลักของทหาร ในห้วงที่บ้านเมืองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อมีการเปลี่ยนแปลง มีการเลือกตั้ง ทหารต้องทำหน้าที่ของตัวเองด้วยความอดทน อดกลั้นเป็นกลาง ดำเนินทุกอย่างตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข


“เพราะฉะนั้นการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ท.ปกิจนั้น ถือเป็นตัวอย่างหนึ่ง ก็ขอให้ผู้บังคับบัญชาทุกท่านชี้แจงให้ผู้ใต้บังคับบัญชาฟัง เรามีสมบัติผู้ดี เราถูกฝึกอบรมสั่งสอนมา เราเป็นหนึ่งเดียวกัน อยู่ในเบ้าหลอมเดียวกัน
จากนี้ไปยิ่งต้องมีความระมัดระวัง ที่สำคัญเราต้องรักษาเกียรติความเป็นทหารอาชีพของเราให้ดี เมื่อใดที่เราแตกกัน ไม่รัก ไม่สามัคคีกัน ประเทศชาติอยู่ไม่ได้ และคงจะมีเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก ก็ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกันให้ผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ ให้ประชาชนเห็นว่าเราเป็นทหารอาชีพ เรามีความอดทนอดกลั้น”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้บัญชาการบก นำกำลังพลคุมกำลังรบปฏิญาณตน ก่อนการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก วาระพิเศษ ภายหลังกองทัพ ถูกหยิบยกมาโจมตีในช่วงระหว่างการหาเสียงของพรรคการเมือง รวมทั้งการหมิ่นเกียรติทหาร โดยการประชุม นขต.ทบ.ครั้งนี้ยังไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือเข้าห้องประชุม