“บอร์ดบีโอไอ” คลอดเกณฑ์ดึงลงทุน อู่ตะเภา-ดิจิทัลพาร์ค

119

บอร์ดบีโอไอ ไฟเขียว สิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนพัฒนา สนามบินอู่ตะเภา-ดิจิทัลพาร์ค ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8-12 ปี คาดช่วยดึงนักลงทุนยื่นข้อเสนอเพื่อพัฒนาโครงการสำคัญของไทยได้

ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ครั้งที่ 5/2561 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาการให้ส่งเสริมแก่ผู้รับสัมปทานโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกของกองทัพเรือ และการให้การส่งเสริมแก่ผู้รับสัมปทานโครงการเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (Digital Park Thailand) หรือ EECd
ภายหลังการประชุม น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แถลงว่า ที่ประชุมได้พิจารณาอนุมัติในหลักการสำหรับการส่งเสริมแก่ผู้ได้รับสัมปทานในโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา และโครงการดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการทั้งสอง ได้แก่ กองทัพเรือ และบริษัท กสท โทรคมนาคม นำไปบรรจุไว้ในประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมประมูล (ทีโออาร์) ในรูปแบบเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน (พีพีพี)

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภา สามารถให้การส่งเสริมการลงทุนได้สำหรับการลงทุนอาคารผู้โดยสาร 3 ในประเภทกิจการสนามบินพาณิชย์ จึงได้อนุมัติหลักการให้การส่งเสริม โดยผู้ชนะสัมปทานจะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี (ไม่เกินร้อยละ 100 ของเงินลงทุน ซึ่งไม่รวมค่าที่ดินและทุนหมุนเวียน) และหากดำเนินการเป็นไปตามเงื่อนไขภายใต้มาตรการอีอีซีของบีโอไอ จะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลอีกร้อยละ 50 เป็นเวลา 3 ปี
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบอนุมัติในหลักการแก่บริษัท กสท โทรคมนาคม ในฐานะเจ้าของสัมปทานดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์ หรือเมืองใหม่ตามหลักของเมืองอัจฉริยะ Smart City ซึ่งเป็นโครงการรูปแบบเดียวกับท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยผู้ได้รับสัมปทานจะได้รับยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ยกเว้นภาษี เงินได้นิติบุคคล 8 ปี (โดยไม่จำกัดวงเงินยกเว้นภาษี เนื่องจากเป็นกิจการ เป้าหมายพิเศษ) และหากดำเนินการตามเงื่อนไขภายใต้มาตรการอีอีซีของบีโอไอ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเป็น 12 ปี
“การอนุมัติหลักการแก่ทั้งสองโครงการสัมปทาน จะช่วยดึงดูดนักลงทุนให้ยื่นข้อเสนอเพื่อพัฒนาโครงการสำคัญของประเทศไทย”