กทม.ของดให้อาหารนกพิราบในสวนสาธารณะ ฝ่าฝืนโทษหนัก

244

กทม.ขอความร่วมมือ งดให้อาหารนกพิราบในสวนสาธารณะ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 3 เดือนปรับ 2.5 หมื่นบาท

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สั่งการให้ กทม. จังหวัดต่างๆ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดระเบียบการให้อาหารนกในพื้นที่สาธารณะหลังได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนถึงปัญหาการปล่อยปละละเลยมีการให้อาหารนกเป็นประจำจนจำนวนนกเพิ่มมากขึ้น สร้างความรำคาญ และเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคนั้น

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันสวนสาธารณะในพื้นที่ กทม. จำนวน 37 แห่งได้ติดป้ายประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชน งดให้อาหารนกพิราบเพื่อป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญ และช่วยดูแลสุขภาพอนามัยแก่ผู้ใช้บริการสวนสาธารณะ ซึ่งอาจได้รับเชื้อราจากมูลนกพิราบเสี่ยงทำให้เป็นโรคปอดอักเสบ พร้อมกันนี้ ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราพื้นที่หากพบการให้อาหารนกพิราบให้ตักเตือนและห้ามปรามและประสานกับสำนักอนามัยให้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการตรวจสอบจำนวนนก หากพบว่ามีจำนวนมากก็จะจับนำไปปล่อยยังแหล่งธรรมชาติต่อไป

นางวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กทม.ได้เคยดำเนินการจับนกพิราบออกจากท้องสนามหลวงเพื่อควบคุมโรคและเป็นการจัดการระบบสาธารณสุข โดย กทม.ได้จับนกพิราบทั้งหมดมาทำการถ่ายพยาธิและทำการฆ่าเชื้อรา-ไรต่างๆ จนหมดก่อนส่งไปกักที่ปลายทางในระบบปิดพร้อมแยกเพศเพื่อไม่ให้มีการแพร่พันธุ์เพิ่ม แต่แนวทางแก้ไขปัญหาให้เกิดผลสำเร็จคือการงดให้อาหารนกพิราบซึ่งต้องขอความร่วมมือประชาชนงดให้อาหารนกพิราบในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ต่างๆ เช่น วัด บริเวณบ้าน เป็นต้น

“การให้อาหารนกพิราบในพื้นที่สาธารณะนั้นถือว่า มีความผิดตาม พ.ร.บ.สาธารณสุขพ.ศ.2535 และพ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมืองพ.ศ.2535 ที่ห้ามไม่ให้มีการให้อาหารสัตว์ในที่สาธารณะหากพบฝ่าฝืน จะมีความผิดตามพ.ร.บ.สาธารณสุขฯกรณีฝ่าฝืนให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญมีโทษ จำคุก 3 เดือนปรับ 25,000 บาท และพ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯมีโทษจับปรับไม่เกิน 2,000 บาท” นางวันทนีย์ กล่าว

ภาพจาก pasusat.com