กลุ่มสภาพลังงานฯ จี้ชะลอประมูล บงกช-เอราวัณ

104

“หมอระวี-ธีรชัย-วีระ” นำทีมเปิดตัวกลุ่มสภาพลังงานเพื่อประชาชน พร้อมบุกทำเนียบ จี้นายกฯชะลอประมูล บงกช-เอราวัณ แก้ไขทีโออาร์ แก้ไขโครงสร้างราคาพลังงาน ตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ ขู่นิ่งเฉยฟ้องศาล-ป.ป.ช. ทั้งนายกฯ-ผู้เกี่ยวข้อง

วันที่ 19 กันยายน เวลา 10.00 น. ที่ห้องจัดเลี้ยงชั้น 1 สโมสรสันนิบาต สหกรณ์แห่งประเทศไทย แนวร่วมภาคประชาชน ภาคเอกชน และสมาพันธ์ทนายความ กว่า 80 คน นำโดย นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ และแกนนำกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนโยบายพลังงานและทรัพยากร มหาวิทยาลัยรังสิต นายธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุ์ศรี แกนนำกลุ่มเครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ หรือ คปป. นายทศพล แก้วทีมา แกนนำ กคป. ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวกลุ่มสภาพลังงานเพื่อประชาชน เพื่อเคลื่อนไหวกดดันให้ภาครัฐชะลอการเปิดยื่นซองยื่นขอสิทธิสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแปลงสำรวจทะเลอ่าวไทย G1/61 (แหล่งเอราวัณ) และ G2/61 (แหล่งบงกช) ในวันที่ 25 กันยายนนี้ออกไป ขอให้มีการแก้ไขระบบจัดสรรปิโตรเลียมจากที่ใช้ระบบแบ่งปันผลผลิต มาเป็นระบบจัดสรรจ้างผลิตแทน และขอให้มีการแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงาน โดยลดราคาก๊าซลง 3 บาทต่อกิโลกรัม และราคาน้ำมันลง 3 บาทต่อลิตร

กลุ่มสภาพลังงาน

จากนั้น หมอระวี กล่าวว่า ปัญหาพลังงานไทย มีมากมาย ทั้งเรื่องโครงสร้าง รวมทั้งบริษัทปตท. และการประมูลบงกชเอราวัณ ซึ่งทีโออาร์ ของกระทรวงพลังงาน ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน เราจึงต้องแปลงวิกฤติให้เป็นโอกาศ โดยจัดตั้งสภาประชาชน เพื่อเป็นศูนย์รวมของประชาชน เพื่อวัตถุประสงค์ คือ ต้องการให้มีการชะลอประมูล แก้ไขทีโออาร์ แก้ไขโครงสร้างราคาพลังงาน
หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ กล่าวว่า ไทยมีมูลค่าผลิตปิโตเลียม น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ รวมกัน 4-5 แสนล้านบาทต่อปี คิดเป็นอันดับ 34 ของโลก ทั้งนี้ สำหรับแหล่งบงกลและแหล่งเอราวัณ มีน้ำมันดิบคิดเป็นกว่า 70% หรือมูลค่ารวมกันกว่า 2 แสนล้านบาท หากไทยได้ส่วนแบ่งเพียง 30% ของปริมาณที่ขุดได้ ถือว่าต่ำสุดในอาเซียน แต่หากใช้วิธีการจ้างผลิตอย่างประเทศมาเลเซีย ค่าจ้างไม่เกิน 20% ของมูลค่า ดังนั้น ไทยได้ผลประโยชน์ 1.8 แสนล้านบาท จึงขอเรียกร้องให้ภาครัฐชะลอ เพราะหากเปิดยื่นซองยื่นปิดซอง มีการเซ็นสัญญาแล้วจะแก้ปัญหาได้ยาก

นายธีรชัย กล่าวว่า มูลค่าที่จะเกิดขึ้นจากทั้งสองแหล่งปีละกว่า 2 แสนล้านบาท หากคิดตามระยะเวลาที่รัฐให้กับเอกชน 36 ปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 7.2 ล้านล้านบาทเป็นมูลค่ามหาศาล ทำให้มีการเขียนทีโออาร์ที่ไม่เที่ยงธรรมเบี่ยงเบน อาทิ ระบบการจ้างผลิตเกิดไม่ได้ เพราะกฎหมายไทยกำหนดว่าการจ้างผลิตที่จะเกิดขึ้นแหล่งปิโตรเลียมต้องมีการสำรองน้ำมันไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาร์เรล ทั้งที่ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองอยู่เพียง 280 ล้านบาเรล ทำให้เกิดขึ้นไม่ได้ มีการล็อคสเปคให้กับบริษัทใหญ่เท่านั้นที่จะเข้าประมูลได้ หากแยกประมูลเป็นแปลงย่อยก็สามารถมีบริษัทเข้ามาได้หลากหลาย แต่เมื่อนำมารวมแปลงเหลือเพียง 2 แปลง ทำให้บริษัทใหญ่เท่านั้นที่ประมูลได้ อีกทั้งน่าจะมีการล็อคสเปคซื้อก๊าซธรรมชาติในราคาถูก เพราะไม่มีการตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติและให้เอกชนเป็นผู้เลือกผู้ที่จะเข้ามาซื้อเองโดยลักษณะการเจรจา ซึ่งเปิดช่องให้มีการทุจริตได้ ทั้งนี้ ทีโออาร์มีการกำหนดคะแนนการให้ส่วนแบ่งกับรัฐเพียง 25% เท่านั้นอาจจะทำให้เสียประโยชน์ อย่างไรก็ดี ได้มีการไปยื่นห้องต่อศาลปกครองกลางแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอกระบวนการศาล แต่รัฐบาลยังจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อโดยไม่รอจึงต้องออกมาเรียกร้อง

ธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล

หมอกมลพรรณ กล่าวว่า การขับเคลื่อนของสภาพลังงานประชาชน หลังให้รัฐชลการประมูลบงกชเอราวัณ เพราะทั่วโลกระบบแบ่งปันผลผลิตรัฐจะต้องได้มากกว่า30% ซึ่งเป็นประเทศเดียวที่มีรัฐบาลโง่ ไม่รักษาผลประโยชน์ชาติ เป็นการเอื้อประโยชน์เอกชน ไม่มีความโปร่งใส ขอเรียกร้องให้นายกฯคืนความสุขให้คนไทย ชะลอการประมูลบงกชเอราวัณ

นายทศพล กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของสภาพลังงานเพื่อประชาชนที่จะเสนอต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในระยะเร่งด่วน คือ ให้มีการเลื่อนการยื่นซองประมูลของเอกชนในวันที่ 25 กันยายนออกไป และให้มีการไข้ข้อกำหนดการประกวดราคา(ทีโออาร์) แหล่งบงกชและแหล่งเอราวัณใหม่ เพราะไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยระบบจัดสรรปิโตรเลียมจากการใช้ระบบแบ่งปันผลผลิตที่รัฐได้ส่วนแบ่งเพียง 30% ของปริมาณปิโตรเลียมที่ขุดได้ซึ่งมีลักษณะเหมือนเป็นระบบสัมปทานจำแลง โดยให้เปลี่ยนไปใช้ระบบการจ้างผลิต ซึ่งจะทำให้รัฐได้ผลประโยชน์สูงถึง 80-90% รวมทั้ง ขอให้มีการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติเพื่อบริหารจัดการ ทั้งนี้ ขอให้มีการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มลง 3 บาทต่อกิโลกกรัม

นายวีระ กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้มาพูดในนามพรรคการเมือง หรือหาเสียง แต่ต้องการมาพูดในนามประชาชนทุกคน เห็นได้ชัดว่าทีโออาร์น่าจะมีการล็อคสเปคซึ่งถือเป็นการทุจริต ทั้งนี้ หากผลกระโยชน์จากแหล่งเอราวัณและแหล่งบงกช หากจ้างผลิตรัฐจะได้ประโยชน์กว่า 1.8 แสนล้านบาท สามารถนำมาแจกประชาชนคนไทย ที่มีอยู่ 70 ล้านคนได้สบายคนละ 1 ล้าน ทำให้พ้นจนได้ทันที และส่วนที่เหลือนำงบไปเพิ่มให้กับกระทรวงพัฒนาการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพัฒนาประเทศและประชาชน ส่วน กระทรวงกลาโหมไม่ต้องให้งบมากเพราะซื้ออาวุธมาแต่ก็ไม่ได้ใช้ โดยขอใช้การต่อสู้ครั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ชาติ

วีระ สมความคิด

หมอระวี กล่าวว่า หลังจากยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนเป็นต้นไปจะรณรงค์ให้มีการติดริบบิ้นดำที่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ พร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนร่วมสนับสนุนผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ change.org อย่างไรก็ดี หากรัฐบาลไม่ทำตามข้อเรียกร้อง วันที่ 24 กันยายน จะประสานตัวแทนพลังงานของทุกจังหวัดไปยื่นผู้ว่าราชการจังหวัด และในส่วนกลางจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 ทั้งนี้ หากวันที่ 25 กันยายน รัฐยังมีการเปิดยื่นซองประมูลจะมีการยกระดับ เช่น รวมตัวกันวิ่งเพื่อปฏิรูปพลัง รวมทั้งสภาฯ จะมีการยื่นฟ้อง รัฐบาล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีพลังงาน และผู้เกี่ยวข้อง ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลปกครองกลางต่อไป

ต่อมาเวลา 13.00 น. กลุ่มสภาพลังงาน เพื่อประชาชน เดินทางมาที่บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาลนำโดยหมอระวี นายวีระ หม่อมหลวงกร หมอกมลพรรณ เพื่อยื่นหนังสือ พร้อมรายชื่อ ถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้มีการชะลอการประมูลบงกช เอราวัณ แก้ไขทีโออาร์ในระบบแบ่งปันผลผลิต และแก้ไขเรื่องราคาพลังงาน รวมทั้งให้มีการจัดตั้งบรรษัทพลังงาน โดยมีนายสมพาศ นิลพันธ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรี ออกมารับหนังสือร้องเรียน

กลุ่มสภาพลังงานเพื่อประชาชน