“บิ๊กตู่”ตื้นตัน นำ ครม.สัญจร จ.เลย หยอดคำหวาน”รักทุกคน”

118

“พล.อ.ประยุทธ์” นำ ครม.สัญจรลงพื้นที่ จ.เลย สุดตื้นตันกับการต้อนรับที่อบอุ่น หยอดคำหวาน ยามท้อนึกถึงหน้าประชาชน “แม้ใครไม่รักผม ผมก็รักทุกคนอยู่ดี”

17 ก.ย.2561 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี(ครม.) ประกอบด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปตรวจราชการที่ จ.เลย และประชุม ครม. อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่ จ.เพชรบูรณ์ ระหว่างวันที่ 17-18 ก.ย.2561

โดยในเวลา 08.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดถนน 4 เลน หมายเลข 201 ตอน เลย-เชียงคาน ที่หอประชุมทองวิไล มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ก่อนเป็นประธานสักขีพยานมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน ให้แก่ประธานป่าชุมชน 5 จังหวัด (บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี) โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผวจ.เลย และข้าราชประชาชนกว่า 1,500 ให้การต้อนรับ

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข อดีต ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย ได้มาต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ ในนามสภาสตรี จ.เลย ส่วนนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีตรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พรรคเพื่อไทย สามีของ นางเปล่งมณี มีชื่อติดอยู่บนเก้าอี้ในหอประชุม แต่ไม่ได้มาต้อนรับ ภายหลังมีข่าวว่าจะเข้าร่วมกับกลุ่มสามมิตร สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีกสมัย

สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ภายหลัง พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง ส.ว.ประกาศในราชกิจกานุเบกษา จนมีคำสั่งมาตรา 44 คลายล็อกพรรคการเมือง โดยก่อนนายกฯมาถึง ได้มีการประกาศประชาสัมพันธ์ผลงานและโครงการของรัฐบาลให้ประชาชนได้รับทราบ เช่น โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การท่องเที่ยวเมืองรอง และมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ นอกจากนี้ยังมีการแจกหมวก เพื่อประชาสัมพันธ์เพจเฟซบุ๊ก “ไทยคู่ฟ้า” ของรัฐบาล

จากนั้นทาง จ.เลย ได้จัดวงดนตรีผสมของคนหลายสาขาอาชีพ ทำการต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีการขับร้องเพลง “สร้างไทยไปด้วยกัน” และเพลง “มากกว่ารัก” ของโรส ศิรินทิพย์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ และมีข้อความบนจอโปรเจคเตอร์ด้วยว่า “รักลุงตู่นะคะ” ซึ่งทำให้ พล.อ.ประยุทธ์มีรอยยิ้มและสีหน้าที่ตื้นตันใจ

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า รู้สึกตื้นตันใจที่ได้รับการต้อนรับอย่างดี รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญกับทุกพื้นที่ ครั้งนี้ได้มาภาคเหนือและอีสาน ที่มีความต่อเนื่องเชื่อมโยงกันทั้งในและประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ ได้ฟังเพลงมากกว่ารักต้อนรับ แล้ว รู้สึกซาบซึ้ง เต็มตื้น ตนไม่ได้ให้ทุกคนมารัก หรือให้ทุกคนรักตน

“เมื่อทุกคนรักผม ผมก็รักท่าน หรือแม้ไม่รัก ผมก็รักทุกคนอยู่ดี เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลหรือใครก็ตามที่เข้ามาทำงานการเมืองตรงนี้ วันนี้เรายังทำหน้าที่เป็นรัฐบาลอยู่ เราคงต้องรอคอยรัฐบาลใหม่ ที่จะมาในวันข้างหน้า ซึ่งทุกคนต้องร่วมมือและช่วยกันวาดหวัง ว่าเราจะได้รัฐบาลที่ดีมาดูแลพวกเราอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร” นายกฯ กล่าว และว่า สำหรับโครงการไทยนิยมฯ แม้จะเป็นงบประมาณไม่กี่แสนบาทลงในทุกหมู่บ้าน แต่ถือเป็นการเริ่มต้น จุดประกายความหวังของพวกเรา ซึ่งภาครัฐก็จะต้องพัฒนาเติมลงไป เพราะถ้ามัวสนับสนุนแต่เป็นกลุ่มหรือรายบุคคล จะไม่มีวันลดความเหลื่อมล้ำลงได้ ไม่เกิดการกระจายรายได้ นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างคนรวยและคนจน

 

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมุ่งหวังยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน จ.เลยนั้นมีมนต์เสน่ห์ ในการท่องเที่ยว เป็นเมืองแห่งทะเลหมอกและภูเขา เราต้องทำให้ภูเขามีต้นไม้ เช่นที่ทุกคนบอกว่ารักลุงตู่ ก็จะต้องช่วยกันทำให้ลุงตู่มีกำลังใจ และเมื่อลุงตู่เจอทุกคนก็มีกำลังใจแล้ว เสาร์-อาทิตย์ ตนนั่งพักผ่อน ทำงานบ้าง เขียนหนังสือบ้าง ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะยังมีความเป็นมนุษย์อยู่ บางทีก็มีกำลังใจ บางทีก็ท้อแท้ แต่ก็ท้อไม่ได้เพราะพวกเราทุกคนรออยู่ เมื่อท้อแท้ ก็นึกถึงหน้าประชาชนทั้งประเทศ

“ดังนั้นถ้าพวกท่านท้อแท้ ขอให้นึกถึงหน้าผมก็แล้วกัน หรือนึกถึงหน้าผมแล้วจะท้อหนักกว่าเดิม ก็ไม่รู้ ยืนยันว่า ผมไม่ได้อะไรกับพวกท่านเลย มีใครเดือดร้อนอะไรกับผมบ้าง ผมว่ามีไม่กี่คนที่เดือดร้อนกับผม เบื่อรัฐบาล และ คสช. ก็ว่ากันไปเถอะ เพราะวันนี้เรากำลังทำสิ่งที่ดี และดีกว่าเดิม” นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่า ตนไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง อดีตนักการเมือง ไม่ได้เป็นศัตรูกับใครทั้งสิ้น เพียงแต่ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินการไปตามกฏหมาย ขั้นตอน กรรมวิธี ไม่จำเป็นต้องไปสั่งไล่ล่าฆ่าฟันใคร เราเร่งพัฒนาบ้านเมืองไปสู่ความสงบเรียบร้อย มีความอบอุ่น จะได้ไม่โดดเดียว ทุกคนเห็นแล้วว่าที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เรามีรอยยิ้ม ไม่มีการสร้างความวุ่นวาย เหล่านี้จะทำให้เราไม่เหงา มิเช่นนั้นจะทำให้เราเหงาคุยกันไม่ได้ แสดงความคิดเห็นก็ไม่ได้

นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวฝากไปยังท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถึงเรื่องการาเลือกตั้งต้องช่วยกันระมัดระวังอย่าให้เกิดความวุ่นวายอีก มันก็กลายกลับไปว่ารัฐบาลไม่อยากให้เลือกตั้งอีก รัฐบาลมีหน้าที่ในการดูแลประชาชน ไม่อยากใช้กำลัง กฎหมาย ไม่อยากอะไรกับใคร เพราะเราคือคนไทยทั้งสิ้น ถ้าไม่มีกฎหมายก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นอย่าไปเชื่อฟังสิ่งที่ไม่ถูกต้อง บิดเบือนเหล่านี้ วันนี้ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ก็ทำงานให้ท่าน ถ้าไม่มีแล้วใครจะช่วยท่าน

“เรากำลังก่อสร้างปราสาทของเราขึ้นมา เรากำลังสร้างบ้านของเราขึ้นมา กำลังสร้างประชาธิปไตยขึ้นมาให้เข้มแข็ง ไม่ให้มันพังทลายไป เติมด้วยอิฐ ปูน ทรายลงไปและเชื่อมด้วยน้ำใจของพวกเรา ผสมลงไปในนั้น ความทุ่มเทความเสียสละของทุกคน จะทำให้ปราสาทหลังนั้น บ้านเมืองของเรา หรือประชาธิปไตยของเราเข้มแข็งไม่ให้พังลงไปข้างล่าง ไม่ให้ใครมาเซาะฐานราก แกนหลักของประเทศไทย สิ่งเหล่านี้สำคัญขอฝากทุกคนไว้ด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ต่อมา ได้มีเด็กนักเรียนหญิง 2 คน จาก รร.เลยพิยาคม พร้อมด้วยแพทย์จิตเวช เป็นตัวแทนมอบภาพวาดแรเงารูป พล.อ.ประยุทธ์ ให้มามอบให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมกล่าวว่า เป็นภาพวดของรุ่นพี่ที่ รร.เลยพิยาคม เป็นผู้วาด แต่ติดสอบเลยมาไม่ได้ จากนั้นเด็กนักเรียนได้ขอกอด นายกฯ ซึ่งนายกฯ ได้เข้าสวมกอดเด็กทั้ง 2 คน ซึ่งนักเรียนได้กล่าวว่า ขอให้ลุงตู่มีสุขภาพแข็งแรง หนูจะเป็นกำลังใจให้ลุงตู่ โดยนายกฯกล่าวว่า “วันนี้หลานๆ ก็คอยดูแลเราอยู่ ได้คุยกับแพทย์จิตเวชเลยบอกอย่างนั้นช่วยดูแลผมด้วย”