ประชาธิปัตย์เดินหน้าหาหัวหน้าพรรคพร้อมจี้คสช.เปิดพื้นที่โซเชียล

99

“องอาจ” แจง ปชป.เตรียมเปิดกิจกรรมทางการเมือง ประชุมกรรมการบริหาร พร้อมหาตัวหัวหน้าพรรค จี้คสช.เปิดพื้นที่โซเชียลให้สื่อสารกับประชาชน-สมาชิกพรรค รับ ไทยแลนด์ 4.0

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีคำสั่งคลายล็อกพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมว่า “พรรคฯพร้อมที่จะดำเนินการทำกิจกรรมทางการเมือง เพื่อเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยหลังว่างเว้นมา 4 ปี ซึ่งพรรคปชป.ได้นัดเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 17 กันยายนนี้ในการพิจารณาร่างข้อบังคับพรรคเพื่อสอดคล้องกับกฎหมายพรรคการเมือง โดยนำไปสู่การกำหนดการรับสมัครสมาชิกพรรค คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง เลือกหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค และจัดตั้งสาขาพรรค แต่จะต้องผ่านพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคก่อน จากนั้นในวันที่ 24 กันยายน จะมีการจัดประชุมใหญ่พรรค เพื่อให้อนุมัติพิจารณาข้อบังคับพรรค หลังจากนั้น หากผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่แล้ว จะเร่งดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับของพรรค โดยเฉพาะการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ตามกฎหมาย

จากนี้พรรคปชป.จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย โดยการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคโดยตรงจากสมาชิกพรรค เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองตามกระบวนการประชาธิปไตยของพรรค เพราะประชาธิปไตยไทยจะแข็งแรงต้องเริ่มจากพรรคการเมือง ซึ่งจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของพรรคอย่างแท้จริง ไม่ใช่ของครอบครัวหรือคนใดคนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การหยั่งเสียงครั้งนี้เป็นการสืบสานอุดมการณ์พรรคที่ยึดตามระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ประมุข ส่งเสริมประชาธิปไตยภายในพรรคที่เป็นพื้นฐานประชาธิปไตยในประเทศ มุ่งให้ประชาธิปไตยคู่กับประชาชนและสังคมอย่างมีคุณค่า ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและสนองปฏิรูปการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม

รวมทั้งขอเรียกร้องไปยังคสช.ให้หารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ทบทวนคำสั่งคลายล็อกเพื่อเปิดโอกาสให้พรรคสื่อสารกับประชาชนและสมาชิกพรรคผ่านโซเชียลมีเดียได้ เนื่องจากการห้ามหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดียได้กำหนดรายละเอียดไว้แบบกว้างๆ จึงถือว่าไม่เอื้อต่อสังคมที่การพัฒนาในการใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร และในยุคไทยแลนด์ 4.0

ทั้งนี้ หากมีพรรคการเมืองหรือนักการเมืองดำเนินการไม่ถูกต้องก็มีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ควบคุมดูแลอยู่ เพื่อให้การดำเนินการพรรคการเมืองเป็นไปอย่างถูกต้อง และยังเป็นการสร้างบรรยากาศการทางการเมืองและประชาธิปไตย ท่ามกลางการเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นไม่ควรมีการปิดกั้นใดๆ เพราะคสช.และกกต.มีส่วนส่งเสริมประชาธิปไตยให้มีความคึกคักและสอดคล้องกับสิ่งที่กำลังเดินหน้าประเทศไปสู่การเลือกตั้งและได้รัฐบาลที่เป็นตัวแทนของประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถกำหนดอนาคตของตนเองและประเทศไทยต่อไป