“เลขาฯภูมิใจไทย”โต้แรง”จวก“สามมิตร”ทำตัวผิดวิสัยชาวสุรินทร์

165

        “นายศุภชัย ใจสมุทร” รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยถึงกรณีที่สมาชิกกลุ่มสามมิตร จ.สุรินทร์ นำโดย “นายเทพพนม นามลี” พร้อมคณะออกมาให้ข่าว โดยมีการระบุพาดพิงถึง “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภท.ว่า “กรณีที่กลุ่มสามมิตร กล่าวถึงนายอนุทิน หัวหน้าพรรค ว่าใช้ส่วนไหนคิดที่ ซึ่งออกมาแสดงความเห็นว่า โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า ได้ประโยชน์แก่คนส่วนน้อยนั้น เป็นความไม่เข้าใจสิ่งที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยพูด

นายเทพพนม นามลี สมาชิกกลุ่ม สามมิตร

ทั้งนี้ การออกกฎหมายเพื่อให้สิทธิประโยชน์เฉพาะจังหวัดภาคตะวันออกนั้น นายอนุทินไม่ได้คัดค้าน แต่ควรจะทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในทุกภาคทุกจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะภาคตะวันออก ว่าที่ผู้สมัครสามมิตรคงฟังไม่ได้ศัพท์จับเอากระเดียด อาจจะด้วยความไม่รอบรู้ไม่มีความเข้าใจ ซึ่งน่าเห็นใจ

          อย่างไรก็ตาม หากบุคคลดังกล่าวจะลงสมัครในนามกลุ่มการเมืองนี้จริง กลุ่มก็ควรจัดการให้ยุติการออกมาทำสิ่งที่ไร้ระเบียบไร้วินัย ปล่อยให้ใครก็ไม่รู้มาแสดงความคิดเห็นในทางการเมือง แทนกลุ่ม ที่ดูยังอ่อนด้อยความรอบรู้ความเข้าใจ

          ถ้าอยากทำงานการเมืองเพื่อประโยชน์ให้กับจ.สุรินทร์ ก็ลองไปปรึกษานายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ว่าที่ผู้สมัครสส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทยว่าทำอย่างไร ไม่ใช่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หัวหน้าพรรคอื่น เป็นการกระทำอันมิใช่วิสัยชาวสุรินทร์เช่นนี้”

       ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีเกิดความไม่เข้าใจ ที่ ระบุตัวเองไม่เห็นด้วยกับ  โครงการ EEC ว่า ไม่เป็นความจริง และ เป็นการตีความเจตนาของตัวเองผิดอย่างชัดเจน เพราะสิ่งที่แสดงความเห็นคือ ต้องการให้พื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ มี กฎหมายเอื้อประโยชน์ให้กับ นักลงทุนเช่นเดียวกับโครงการ EEC เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม และ เป็นธรรมต่อนักลงทุน โดยไม่มีนัยยะทางการเมืองแอบแฝง แต่อย่างใด เนื่องจากประสบการณ์ที่ผ่านมาจากการพูดคุย กับ กลุ่มนักลงทุนพบปัญหาที่ต้องรีบแก้ไขคือ กฎหมายของประเทศไทย มีความยุ่งยาก ซับซ้อน ไม่ อำนวยความสะดวกนักลงทุนเท่าที่ควร มีการตั้งหน่วยงานรัฐตรวจสอบและอนุมัติการลงทุนอย่างละเอียด โดยไม่กำหนดกรอบเวลาพิจารณาอย่างชัดเจน ส่งผล ให้หลายบริษัทต้องรอการอนุมัติอยู่เป็นเวลานาน นับเดือน นับปี เสียดายเงินที่รอเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทย เพราะติดขั้นตอนทางราชการ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

ถึงเวลาที่ต้องทบทวนกฎหมายให้เอื้อประโยชน์กับนักลงทุน ตนเสนอให้นักลงทุน กำหนดสเปคของตนเองมาเลยว่า สามารถทำ อะไรได้บ้าง จากนั้นฝ่ายรัฐจะผ่านการอนุมัติในกรอบเวลาที่กำหนด ต้องไม่นานจนเกินไป ถ้าใครผ่านการตรวจสอบ จะได้ลงทุนทันที หลังจากนั้นภาครัฐจะ ไล่ตรวจสอบทีหลัง ใครทำไม่ได้ ต้องถูกลงโทษ แนวทางของตนจะทำให้ประเทศไทย น่าลงทุนมากขึ้นเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเงินในประเทศไทย

“ผมเชื่อว่าการบิดเบือนข่าวสาร ไม่ช่วยอะไรทั้งสิ้นและยังเป็นการทำลายโอกาสของประเทศ และอาจทำให้คนที่หวังดีต่อประเทศหมดกำลังใจรวมทั้งยังปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ หรือคนที่ต้องการทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์เพื่อส่วนรวม ไม่กล้าเสียสละเข้ามาเพราะกลัวจะเปลืองตัว” นายอนุทิน กล่าว