ศวส.จี้”ธุรกิจน้ำเมา-ร้านค้า”ร่วมรับผิดชอบความสูญเสียช่วง7วันอันตราย

90

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา เรียกร้องให้บริษัทที่ประกอบธุรกิจน้ำเมาและร้านค้า ร่วมรับผิดชอบผลกระทบต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง7วันอันตรายปีใหม่

23 ธ.ค.61 นพ.ดร.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ นักวิชาการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา(ศวส.) กล่าวว่า นอกจากเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะเป็นโอกาสที่คนไทยใช้วันหยุดร่วมกันในครอบครัวแล้ว ยังเป็นเทศกาลที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อยครั้ง ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ในช่วงเวลาแค่เพียง 7 วัน และส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยสำคัญ โดยในแคมเปญโฆษณาของผู้ผลิตแอลกอฮอล์ มักใช้คำว่า “ดื่มอย่างรับผิดชอบ” ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายตรงตัวคือ “ผู้ดื่ม” เท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบ ในขณะที่ผู้ขาย ผู้ผลิต หรือ เจ้าภาพ จะอยู่นอกเหนือจาก “ความรับผิดชอบ” ถือเป็นเรื่องเห็นแก่ตัวของผู้ผลิตและผู้ขาย ที่กอบโกยกำไรจากการขายสินค้า แม้จะจ่ายภาษีให้รัฐบาล แต่ก็ปล่อยให้ผู้ดื่มและรัฐบาลต้องมารับผิดชอบผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์ ยกตัวอย่างเช่น หากมีอุบัติเหตุเมาแล้วขับ ผู้ที่รับผิดชอบคือผู้ดื่มต้องจ่ายชดเชยความเสียหายทั้งทางร่างกายและทรัพย์สินของคู่กรณี หรือ รัฐบาลกลายเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ ผ่านการใช้บริการสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า ส่วนคนผลิต คนขาย ร่ำรวยมหาศาลจากสินค้าอันตราย แต่ไม่เคยต้องมารับผิดชอบใดๆ เลย

 

นพ.ดร.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ

นักวิชาการ ศวส.ผู้นี้ กล่าวต่อว่า เมื่อเทียบกับต่างประเทศของทวีปยุโรป หรือ อเมริกา38 รัฐ เขาจัดทำกฎหมายที่เรียกว่า Dram shop liability หรือ Social liability ขึ้นมา เพื่อให้มีคนรับผิดชอบความเสียหายจากแอลกอฮอล์มากกว่าผู้ดื่มเพียงคนเดียว กฎหมายที่กำหนดว่า หากผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ ได้สร้างความเสียหาย หรือมีแนวโน้มจะสร้างความเสียหาย หรือ มีอาการเมาขาดสติ ผู้บังคับใช้กฎหมายจะดำเนินการตามหาร้านค้าที่ขายแอลกอฮอล์ให้กับผู้ดื่มรายนั้นทันที เพื่อให้มาร่วมรับผิดชอบความเสียหาย หรือ เรียกมาปรับกรณีเมาขาดสติแล้วยังขายแอลกอฮอล์ให้ลูกค้าอยู่ นอกจากนี้ยังครอบคลุมไปถึงการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ งานสังคม ที่เลี้ยงแอลกอฮอล์ หากงานไหนมีคนเมาขาดสติทำให้เกิดความเสียหาย เจ้าภาพต้องร่วมรับผิดชอบ

 

“ไทยมี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา40 ห้ามขายให้คนเมาที่ครองสติไม่ได้ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน1ปี ปรับไม่เกิน2หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ แต่น่าเหลือเชื่อมากว่าตลอด10ปีที่ประกาศใช้ กลับไม่เคยลงโทษ หรือ แจ้งโทษในมาตรานี้เลย ดังนั้นช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ จึงไม่อยากเห็นความเสียหายของสุราเกิดขึ้น สังคมต้องตระหนักช่วยกันเป็นหูเป็นตาใช้กฎหมายมาตรานี้ เน้นให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บังคับใช้จริงจัง รวมถึงเข้มงวดกวดขันเรื่องเมาไม่ขับ และหวังว่าอนาคตจะพัฒนาให้โทษปรับของร้านค้านั้นครอบคลุมถึงการร่วมรับผิดชอบทางแพ่งต่อความสูญเสียด้วย ให้ได้มาตรฐานเดียวกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างที่หลายรัฐ ในสหรัฐอเมริกาบังคับใช้ การรณรงค์ต้องเน้นย้ำให้ผู้บังคับใช้กฎหมายทั้งหลายเริ่มเอาจริงเอาจัง ทั้งคนดื่ม คนไม่ดื่ม คนผลิต คนขาย ผู้บังคับใช้กฎหมาย”นพ.ดร.มูฮัมมัดฟาห์มี กล่าว