ผ่อนกันเหนื่อย! กนง.ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

84

กนง. มีมติ ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% เป็น1.75% มีผลทันที เหตุได้แรงส่งจากเศรษฐกิจในประเทศ และเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องมานาน

นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ประจำวันที่ 19 ธ.ค.2561 ว่า ที่ประชุมมีมติปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25 % ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่ 1.50% ปรับเป็น 1.75 % ต่อปี ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี โดยทาง กนง. ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง และเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องเป็นเวลานานในช่วงที่ผ่านมา มีส่วนช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวในระดับที่สอดคล้องกับศักยภาพและกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ โดยกรรมการลงคะแนน 5 เสียง ต่อ 2 เสียง ส่วนใหญ่ระบุว่า มีความจำเป็นในการพึ่งพานโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากที่ผ่านมาให้ลดน้อยลง จึงมีมติเห็นควรให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ พร้อมกับประเมินว่าการขยายตัวเศรษฐกิจได้ต่อเนื่องเป็นไปตามแรงส่งของอุปสงค์ในประเทศ แม้อุปสงค์ต่างประเทศชะลอลง

นายทิตนันทิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการ กนง. จะติดตามความเสี่ยงจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่าง สหรัฐฯ และจีน ที่อาจจะกระทบต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจในระยะต่อไป ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปียังมีแนวโน้มทรงตัว แต่มีความเสี่ยงด้านต่่าจากความผันผวนของราคา พลังงานและราคาอาหารสด หากเทียบอัตราดอกเบี้ยของไทยกับต่างประเทศตามที่ ธปท.ยกมาอ้างอิง พบว่า ไทยยังอยู่ในระดับต่ำ เช่น อินโดนีเซียอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 6% ฟิลิปปินส์ 4.75% จีน 4.35% มาเลเซีย 3.25% เป็นต้น

ทั้งนี้ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายดังกล่าวจะส่งผลโดยตรงต่อผู้ที่ยังมีภาระชำระค่างวดต่างๆ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัย ที่จะแม้จะมีการปรับเกณฑ์การผ่อนชำระให้เหมาะกับฐานรายได้แล้วก็ตาม แต่เมื่อดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้นก็อาจทำให้การผ่อนชำระช้าลง เพราะอาจมีการปรับระดับเวลาของการผ่อนชำระ ด้วยการลดการหักเงินต้น หรือ อาจมีการปรับตารางการผ่อนต่อเดือนสูงขึ้น ซึ่งเป็นไปตามวินิจฉัยของสถาบันการเงิน และ เจ้าหนี้แต่ละแห่ง