จับตาทิศทางธุรกิจเครื่องประดับ รองปธ.สภาอุตฯ เผยสุดสดใสปี 62

105

ตลาดจีน–อาเซียนกำลังซื้อเพียบ ธุรกิจเครื่องประดับ-จิวเวอรี อนาคตสดใส รองปธ.สอท.แนะเอสเอ็มอีไทยพัฒนายกระดับ รับกำลังซื้อ มั่นใจฝีมือ -ทักษะ ไทยติดอันดับโลก  ขณะที่ผู้ประกอบการเล็งขยายฐานออกสู่หัวเมืองเจาะตลาดใกล้กรุง

นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานอาวุโส สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงทิศทางธุรกิจเอสเอ็มอีกลุ่มเครื่องประดับ (จิวเวอรี่) ในปี 2562 ที่กำลังจะมาถึงว่า “ต้องยอมรับว่าทิศทางธุรกิจจิวเวอรี่ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี ถือว่าเป็นเป็นท็อปเทนของโลก โดยเฉพาะคุณภาพและทักษะฝีมือ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการส่งเสริมและภาครัฐให้ความช่วยเหลือ ซึ่งทิศทางผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในด้านนี้ ก็ยังคงมีอนาคตที่ดี โดยเฉพาะการขยายไปในตลาดจีน เพราะมีกำลังซื้อค่อนข้างมาก

 

นอกจากนี้ในตลาดเกิดใหม่อย่างตลาดอาเซียนเองก็มีกำลังซื้อที่มีทิศทางที่ดีขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งตลาดในกลุ่มนี้ก็เป็นที่น่าจับตาและเป็นโอกาสของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้านเครื่องประดับจิวเวอรี่ ที่จะจับกลุ่มตลาดนี้ในปี 2562

นายทวี ปิยะพัฒนา รองประธานอาวุโส สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

ส่วนแนวทางการทำตลาดนั้น จะต้องให้ผู้ประกอบการสังเกตุในเรื่องของจังหวะการทำตลาด รวมถึงเรื่องของคุณภาพและทักษะด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพ เพราะธุรกิจเครื่องประดับจิวเวอรี่เป็นเรื่องของเครื่องประดับมีค่าจะต้องมีเรื่องการพิจารณาการดูรายละเอียดต่างๆ ค่อนข้างมากผู้ประกอบการที่จะเข้ามาในธุรกิจนี้รายใหม่ๆ จึงต้องศึกษาและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ส่วนตลาดนั้นมีรองรับแน่นอนแล้ว รวมถึงตลาดในประเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นเดียวกัน” รองประธานอาวุโส สอท.กล่าว

ขณะที่นางสาวคัณธรส หาญไชยพิบูลย์กุล กรรมการผู้จัดการ บ.ออเร้นจ์ ริเวอร์ เจมส์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ “Grand L’amour” กล่าวว่า “ทิศทางด้านธุรกิจจิวเวอรี่ในปี 2562 ตลาดในประเทศยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะตลาดในหัวเมืองสำคัญๆ เมืองใหญ่ๆ ของประเทศซึ่งยังคงมีกำลังซื้อรองรับ ที่สำคัญยังคงเน้นเรื่องของคุณภาพ และทักษะฝีมือเป็นหลักรวมถึงเรื่องของการการันตีสินค้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

นางสาวคัณธรส หาญไชยพิบูลย์กุล กรรมการผู้จัดการ บ.ออเร้นจ์ ริเวอร์ เจมส์ จำกัด เจ้าของแบรนด์ “Grand L’amour”

อย่างแบรนด์ Grand L’amour ซึ่งถือเป็นธุรกิจเอสเอ็มอี ก็เน้นการขยายตลาดไปในภูมิภาคโดยก่อนหน้านี้ก็ขยายสาขาไปที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และขยายมาในแถบชานเมืองอย่างสาขาเมกาบางนา และมีแผนจะขยายไปแถบจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเชื่อว่าปีหน้าธุรกิจจิวเวอรี่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ที่เน้นย้ำสำหรับแบรนด์ Grand L’amour ก็จะยังคงยึดแนวทางการทำตลาดโดยให้ความเชื่อมั่นกับผู้บริโภค รวมถึงยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการดูจิวเวอรี่ รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับทักษะสำหรับการประกอบธุรกิจในด้านนี้ด้วย เพราะยอมรับว่า แม้จะมีตลาด แต่เรื่องของความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเป็นเรื่องสำคัญสำหรับธุรกิจนี้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี