เด็กไทยเสี่ยงติดเกมกว่า2ล้านคน! สธ.เร่งป้องกัน-แก้ไข

170

เผย เด็กไทย กว่า 2 ล้านคน เสี่ยงติดเกม สธ.จับมือ 84 องค์กรประกาศเจตนารมณ์ป้องกันและแก้ไข

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2561 นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวในเปิดงานสัปดาห์สุขภาพจิตแห่งชาติ ประจำปี 2561 ภายใต้แนวคิด “เครียดได้ คลายเป็น เล่นเกมแต่พอดี” ว่า กระแสยุคสังคมดิจิทัลมีความรวดเร็วมาก ซึ่งคนที่ฉลาดจะนำการเปลี่ยนแปลงมาสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศไทยมากที่สุด แต่ต้องทำอย่างพอดี อยู่บนทางสายกลาง และมีวิธีป้องกันปัญหา โดยเฉพาะเรื่องเกมออนไลน์ เกมต่างๆ ซึ่งมีการพัฒนาให้มีการแข่งขันมากขึ้นยิ่งดึงดูดให้เด็กติดเกมมากขึ้น

“ปัจจุบันเด็กไทยมีความเสี่ยงกว่า 2 ล้านคน สภาพเสี่ยงติดเกมเป็นแสนคน ติดเกมจริงเป็นหมื่นคน ทำอย่างไรให้เล่นแต่พอดี ไม่ทำให้เสียการเรียน ครอบครัว และสังคม หรือโตเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้ไม่ได้ เราต้องการเด็กที่โตเป็นผู้ใหญ่ที่ทำประโยชน์แก่สังคมประเทศชาติในวันข้างหน้า ซึ่งประเทศไทยอาจต้องทำแบบฝรั่งเศสหรือไม่ ที่ห้ามนำมือถือเข้าห้องเรียน” รมว.สาธารณสุข กล่าว

นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเตรียมความพร้อมรับมือเพราะส่งผลต่อสมองและพัฒนาการของเด็ก ดังนั้นกระทรวงและ 84 ภาคีเครือข่าย จึงประกาศเจตนารมณ์คุ้มครองเยาวชนป้องกันและแก้ไขปัญหาติดเกม โดยดำเนินการ 1.ป้องกันและควบคุมการบริโภคเกมที่มีผลต่อสมองพัฒนาการและพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน 2.สนับสนุนให้มีมาตรการกำกับดูแลการแข่งขันวิดีโอเกมและอี-สปอร์ต ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม 3.สร้างความตระหนักถึงผลเสียและเรียนรู้การใช้อย่างเหมาะสมแก่เด็ก ครอบครัว และครู

และ 4.สร้างระบบเฝ้าระวังและช่วยเหลือผู้ที่มีปัญหาให้เข้าถึงบริการได้อย่างครอบคลุม ทั้งนี้เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน โดยยึดหลัก “3 ต้อง 3 ไม่” คือ 1.ต้องกำหนดเวลาเล่นไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน 2.ต้องตกลงโปรแกรมและเลือกประเภทเกมให้ลูก เช่น เกมบริหารสมอง ลดเกมที่เสี่ยงความก้าวร้าวอย่างการฆ่ากันยิงกัน พ่อแม่ต้องอยู่ด้วย 3.ต้องเล่นกับลูก เพื่อสอนให้คำแนะนำกันได้ ส่วน “3 ไม่” ได้แก่ 1.พ่อแม่ไม่เล่นเป็นตัวอย่าง 2.ไม่เล่นในเวลาครอบครัว และ 3.ไม่เล่นในห้องนอน

ภาพจากเฟซบุ๊ค Rajanukul Institute และ Utaya Ben