จับตา ม.44 -กลการเมืองทำดีลแสนล้านปตท.ล่ม?

99

ถอดรหัสปตท.กับดีล GPSC บนก้าวย่างการถูกดึงเข้าสู่เกมส์การเมือง การใช้ม.44 กับดีลแสนล้านที่มีอนาคตของรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่เป็นเดิมพัน

สะเทือนวงการพลังงานอีกครั้ง เมื่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ บอร์ด กกพ. มีมติเอกฉันท์ไม่อนุมัติให้ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ซึ่งเป็นบริษัทลูกใน กลุ่ม ปตท. เข้าซื้อหุ้น บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน)  หรือ GLOW เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวส่งผลต่อการลดการแข่งขันในการให้บริการพลังงาน ซึ่งขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 รวมทั้งการพิจารณาของ กกพ. ยังเป็นการพิจารณาที่ตระหนักถึงการสร้างบรรทัดฐานในการพิจารณาในระยะยาวด้วย

อย่าลืม บอร์ด กกพ.ชุดใหม่ทั้ง 7 คน ถูกตั้งโดยอำนาจพิเศษ ม.44 โดยนายกฯตู่ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2561 ซึ่งถือเป็นงานชิ้นแรกหลังเข้ามารับตำแหน่ง ก็โชว์อิทธฤทธิ์ ล่ม “ดีลระดับแสนล้าน”

โดย บอร์ด กกพ.ชุดนี้ มีนายเสมอใจ ศุขสุเมฆ เป็นประธานกรรมการ กกพ. และกรรมการอีก 6 คน ประกอบด้วย นายสุธรรม อยู่ในธรรม, นายชาญวิทย์ อมตะมาทุชาติ, นายพีระพงศ์ อัจฉริยชีวิน, นายบัณฑูรย์ เศรษฐศิโรตม์, นายสหัส ประทักษ์นุกูล เป็นกรรมการ กกพ. เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) และ 7.นางอรรชกา สีบุญเรือง เป็นกรรมการ

หากจำกันได้ก่อนหน้านี้ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านพร้อมทั้งยื่นหนังสือร้องเรียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมถึงผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้ยกเลิกดีลดังกล่าว เพราะบริษัท ปตท. (PTT) ประกอบธุรกิจที่เสี่ยงขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 75 “เอาเปรียบประชาชน” ใช้ความได้เปรียบจากความเป็นรัฐวิสาหกิจแข่งขันโดยตรงกับเอกชนรายย่อย

อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายจับตามองการเคลื่อนไหวของนายกรณ์ คงไม่ได้หวังให้เกิดผลในทางกฎหมายใดๆ แค่หวังผลทางการเมืองในช่วงก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในอนาคต และมองว่าคงแค่ละครฉากหนึ่ง เพราะ อนุตร จาติกวณิช น้องชายนายกรณ์ นั่งเป็นกรรมการของ GLOW อยู่ด้วย

ด้านนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) บอกว่า ปตท.ให้ความเคารพในการตัดสินใจของ กกพ. ส่วนการตัดสินใจว่าจะดำเนินการต่ออย่างไรขึ้นอยู่กับทางบอร์ดจีพีเอสซี ว่าจะมีการอุทธรณ์หรือไม่ ปตท.เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายหนึ่งเท่านั้น เบื้องต้นการไม่อนุมัติคำขอเพื่อรวมกิจการดังกล่าวอาจมีเงื่อนไขอื่นๆเพิ่มเติมก็ได้ในอนาคต และหากไม่สามารถเข้าซื้อกิจการของโกลว์ได้ก็ไม่กระทบแผนการดำเนินงานด้านธุรกิจไฟฟ้าของ ปตท.หรือในเครือ ปตท. เพราะเป็นธุรกิจในอนาคตโดยเฉพาะพลังงานสะอาด ซึ่งก็ต้องเดินหน้าธุรกิจต่อไป

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)

นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ จีพีเอสซี กล่าวว่า จีพีเอสซียอมรับมติดังกล่าว และกำลังศึกษาแนวทางและรายละเอียดการดำเนินการต่อไป และขอยืนยันว่าที่ผ่านมาจีพีเอสซี ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายอย่างครบถ้วนแล้ว

ทั้งนี้ข้อมูลที่ GPSC เตรียมเข้าซื้อหุ้น GLOW จำนวน 69.11% จาก 2 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ บริษัท เอ็นจี โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 54.16 % และENGIE GLOBAL DEVELOPMENTS B.V. จำนวน 14.95% ซึ่งคาดว่าการเข้าซื้อกิจการ GLOW จะทำให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในกลุ่มเพิ่มเป็นราว 5 พันเมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วน 6.9% ของกำลังการผลิตรวมทั้งประเทศ

คงต้องติดตามกันต่อไป ดีลแสนล้านจะพังพาบอยู่แค่นี้ หรือมีลุ้นต่อ เพราะ GPSC ยังสามรถใช้สิทธิในการอุทธรณ์ตามระเบียบได้ ภายใน 30 วัน