นายกฯ เป็นประธานพิธีจุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร.9

111

นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีจุดเทียน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561 เวลา 19.00 น. ณ ท้องสนามหลวง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา พร้อมด้วย ประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญพร้อมคู่สมรส คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือนและประชาชน เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียงตามลำดับพิธีดังนี้

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางมาถึง ได้ถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณใจความว่า เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรในวันนี้ ข้าพระพุทธเจ้า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่ได้มาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียง ณ ที่แห่งนี้ ล้วนมีจิตใจตั้งมั่นเพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาสุดมิได้

ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ ตั้งแต่พุทธศักราช 2489 ตราบจนกระทั่งเสด็จสวรรคตเมื่อพุทธศักราช 2559 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้ทรงดำรงมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรม และทรงยึดมั่นในพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” อีกทั้งทรงพระวิริยอุตสาหะปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ หยาดพระเสโทจากการที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อประชาชนเปรียบเสมือนหยาดน้ำทิพย์ที่ชโลมผืนแผ่นดินและจิตใจของพสกนิกรให้ได้รับความร่มเย็น ตลอดจนทุกคราที่ชาติบ้านเมืองประสบความทุกข์ยากจากวิกฤตภัยต่างๆ พระองค์ได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์ และพระราชทานแนวทางเพื่อคลี่คลายขจัดปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี นำความผาสุกมาสู่ประเทศและอาณาประชาราษฎร์โดยถ้วนหน้า

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กว่า 4,000 โครงการ ล้วนเป็นการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้พสกนิกรชาวไทยสามารถดำเนินชีวิตด้วยความผาสุกมั่นคงในทุกสถานการณ์ของบ้านเมือง เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ตระหนักถึงการทำหน้าที่บนหลักของการเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ นับเป็นแนวทางสำคัญที่ปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายยึดถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติหน้าที่เสมอมา

แม้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่โครงการตามพระราชดำริน้อยใหญ่ยังคงผลิดอกออกผลและให้ความร่มเย็น พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสในโอกาสต่าง ๆ ยังคงเปรียบดุจดังแสงสว่างที่คอยชี้นำแนวทางในการดำรงชีวิตแก่ปวงพสกนิกร และจะยังคงสถิตในดวงใจของเหล่าปวงชนชาวไทยสืบไป

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อเหล่าปวงชนชาวไทย ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจะขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี จะยึดมั่นในการปฏิบัติดี รักษาชาติบ้านเมือง และสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนตลอดไป

โอกาสนี้ ขอให้ผู้ที่ชุมนุมร่วมกัน ณ สถานที่แห่งนี้และสถานที่ต่าง ๆ พร้อมใจกันจุดเทียนและยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

จากนั้น นายกรัฐมนตรีและภริยา รับมอบโคมเทียน พร้อมยืนสงบนิ่งเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นเวลา 89 วินาที ต่อด้วยชมวีดีทัศน์ประกอบเพลง “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” ก่อนเสร็จสิ้นพิธี

ภาพและข้อมูลจาก กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี