“ดร.สุเมธ” เผย ฝันถึง “ร.9” ทรงมีพระพักตร์แจ่มใส ชื่นบาน

111

เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เล่าความฝันถึง“รัชกาลที่ 9” ทรงมีพระพักตร์แจ่มใส ชื่นบาน ฉลองพระองค์เสื้อคลุมสีขาว

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ห้องประชุมราชปนัดดาสิรินธร อาคารศรีสวรินทิรา รพ.ศิริราช ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ปาฐกถาเถิดพระเกียรติในหัวข้อ “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ตอนหนึ่งว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระปฐมบรมโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เมื่อปี 2493 ซึ่งคำมั่นสัญญาของพระองค์ไม่ใช่นามธรรม แต่เป็นสิ่งที่จับต้องได้ โดยตลอด 70 ปีที่ทรงงาน พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่ต่างจังหวัดถึงปีละ 8 เดือน เพื่อทรงงานให้พสกนิกร ซึ่งตนได้ร่วมติดตามเสด็จมาตลอด 35 ปี จัดกระเป๋าติดตามไปด้วยทุกหนแห่ง

“ยอมรับว่าทุกวันที่ติดตามพระองค์ไปทรงงาน ถือเป็นวันเหนื่อยยากที่สุด พระองค์ใช้เวลาทรงงานตั้งแต่ช่วงเช้าจนย่ำค่ำดึกดื่น พระองค์ทรงงานอย่างหนักทุกวัน ทรงเป็นห่วงผู้อื่นเสมอ ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ เคยกราบทูลถามว่าเหตุใดต้องทำ พระองค์ตรัสว่าเพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้ ทั้งฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม บริหารน้ำ ดิน ชีวิตและสอนคุณธรรม เพื่อให้แผ่นดินผืนนี้มีความสุขและเพื่อประโยชน์สุขของมวลชนชาวไทย” เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าว

ดร.สุเมธกล่าวว่า พระองค์ทรงมีพระราชอารมณ์ขันและทรงเป็นนักประชาธิปไตย เพราะทรงรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำจากทุกคน ในช่วงที่พระองค์ทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ ทรงมีพระราชประสงค์เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศหลายครั้ง แต่เนื่องจากทรงมีพระราชกรณียกิจในประเทศที่ต้องช่วยเหลือพสกนิกรจำนวนมาก ทำให้ไม่มีโอกาสเสด็จฯ ตามพระราชประสงค์ จำได้ว่าขณะบรรยายครั้งที่แล้ว น้ำตารินไหลค่อนห้อง จนวันนี้น้ำตาแห้งแล้ว ลองถามตัวเองว่าทุกวันนี้เราทำอะไร เพื่อพระองค์บ้าง หากไม่มีคำตอบเท่ากับเราบกพร่องต่อหน้าที่ และอาจทำให้อนาคตยุ่งยาก ทั้งนี้ รับสั่งสุดท้ายที่พระองค์ทรงฝากไว้ คือ เรื่องของการรู้จักหน้าที่และการทำงาน หากคนไทยรู้จักหน้าที่ ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีก็จะทำให้ประเทศชาติพัฒนาและมีความสุข

“ตั้งแต่พระองค์เสด็จสวรรคต ผมฝันถึงพระองค์ราว 2-3 ครั้ง โดยเมื่อคืนวาน ผมอยากให้ทุกคนเห็นภาพความฝันของผม พระองค์มีพระพักตร์ชื่นบานมาก แจ่มใส ฉลองพระองค์เสื้อคลุมเบลเซอร์สีขาว ข้างในเป็นแถบสีสตริปไลน์ ซึ่งแปลกมาก เพราะไม่เคยเห็นพระองค์สวมใส่มาก่อน พร้อมบอกผมว่า ช่วยจัดทริปไปยอดเขาคิลิมันจาโร เพราะฉันอยากไปเหลือเกิน จึงฉุกคิดได้ว่า ขณะครองราชย์ในฐานะพระมหากษัตริย์นั้น มีพระราชประสงค์ อยากเสด็จฯ ไปต่างประเทศหลายแห่ง แต่พระองค์ไม่อาจละทิ้งงานที่ทรงอยู่ได้” ดร.สุเมธ กล่าว

นอกจากนี้ เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ยังได้ฝากถึงประชาชนให้คิดด้วยว่า พระองค์ทรงเป็นจอมทัพ แต่ไม่ใช่จอมทัพของการสู้รบ แต่เป็นจอมทัพของการพัฒนา วันนี้จอมทัพไม่อยู่แล้ว แต่ทรงพระราชทานแนวทางและคำสอนต่างๆ ไว้ให้คนในกองทัพ จึงอยู่ที่ว่าคนในกองทัพจะสานต่อสิ่งเหล่านี้ให้ดีได้อย่างไร