“อภิสิทธิ์-วรงค์-อลงกรณ์” สมัครหยั่งเสียงเลือก”หน.ปชป.”คึกคัก

103

“อภิสิทธิ์”ได้เบอร์1 “วรงค์”เบอร์2 “อลงกรณ์” เบอร์3 สมัครหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คึกคัก

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการรับสมัคร ผู้ชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นไปอย่างคึกคัก โดยตั้งแต่ช่วงก่อนเวลา 8.00 น. นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ถึงที่ทำการพรรคฯ โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุน ในนามกลุ่มเพื่อนอลงกรณ์ ได้เดินทางมาให้กำลังใจด้วย

ทางด้าน น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก และกลุ่มเพื่อนหมอวรงค์นำโดย นายถาวร เสนเนียม เดินทางมาถึงเวลา 08.00 น. เข้าสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ พร้อม อดีต ส.ส.ที่ให้การสนับสนุน ได้เดินทางตรงขึ้นมายังชั้น 3 อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เพื่อรอการสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคในเวลา 08 .30 น. โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่แทนหัวหน้าพรรคและนายจุติ ไกรฤกษ์เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ คอยดูแลการรับสมัครครั้งนี้

ทั้งนี้ ก่อนที่จะมีการจับสลาก นายอลงกรณ์ ได้ขอให้นายอภิสิทธิ์ลงนามรับรองเสนอชื่อตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งนายอภิสิทธิ์ก็ได้ลงนามรับรองให้และได้แจ้งให้นายอลงกรณ์รับทราบว่ามีรายชื่ออดีตส.ส. 2 คนที่ลงชื่อสนับสนุนนายอลงกรณ์แต่ได้ลงชื่อสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ด้วย คือ น.ส. รังสิมา รอดรัศมี อดีตส.ส.สมุทรสงครามและ น.ส. รัชดา ธนาดิเรก อดีตส.ส. กทม. โอนชื่อให้กับนายอลงกรณ์ เช่นเดียวกับน.พ.วรงค์ ที่โอนชื่อนายวิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยองให้กับ นายอลงกรณ์ด้วย ทำให้นายอลงกรณ์กล่าวขอบคุณนายอภิสิทธิ์ รวมถึง น.พ.วรงค์และนายอภิสิทธิ์ที่โอนชื่อ ส.ส. รับรองการเสนอชื่อหัวหน้าพรรคให้พร้อมกับระบุว่าขอหมายเลข 3 โดยไม่ร่วมจับสลาก

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ ได้ให้ นพ.วรงค์ เป็นผู้จับสลากเป็นคนแรกได้หมายเลข 2 ทำให้นายอภิสิทธิ์ได้หมายเลข 1 ในการลงสมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ โดยมีการเปิดรับสมัครจนถึงเวลา 16.30 นาที ก่อนที่จะปิดรับสมัครมีผู้ลงสมัครเพียง 3 คน

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ผู้สมัครทั้ง 3 คนได้หารือกันเพื่อส่งตัวแทนมาตั้งคณะทำงานดูแลการอย่างเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรคหรือที่เรียกว่า กกต.พรรค ทำหน้าที่ดูแลการอย่างเสียงและรายงานผลการหยั่งเสียงหลังวันที่ 5 พฤศจิกายนให้กับคณะกรรมการบริหารพรรครับทราบ

สำหรับผู้มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนเสียงข้างนี้มี 3 กลุ่มประกอบด้วย 1 สมาชิกปัจจุบัน 80,000 กว่าคน 2 สมาชิกใหม่ที่สมัครภายในวันที่ 15 ตุลาคม และ 3 สมาชิกเดิม 2.5 ล้านคนก่อนที่จะมีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 ให้มายืนยันความเป็นสมาชิกพรรค ส่วนวิธีการลงคะแนนอย่างเสียงมี 2 วิธีคือ ลงคะแนนผ่าน Application ระหว่างวันที่ 1 – 5 พฤศจิกายน และ ลงคะแนนผ่านหน่วยที่พรรคจัดไว้ให้อย่างน้อย 1 หน่วยต่อ 1 จังหวัดทั่วประเทศในวันที่ 5 พฤศจิกายน ก่อนที่จะจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคใหม่จำนวน 41 คนในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้

ภาพจากเฟซบุ๊ค Abhisit Vejjajiva