“ธนาธร” ประกาศพร้อมนั่งนายกฯ ท้า “บิ๊กตู่” ดีเบต

103

“ธนาธร” ประกาศพร้อมนั่งเก้าอี้นายกฯ ชูอุดมการณ์ อนาคตใหม่ ไม่เอาสืบทอดอำนาจของคสช.ทุกรูปแบบ แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ล้มล้างผลพวงรัฐประหาร พร้อมปลุกคนไทยจะเลือกเผด็จการหรือเสรีภาพ จี้ “บิ๊กตู่” ประกาศจุดยืนให้ชัด ปชช.จะได้ตัดสินใจ ท้าดีเบต

วันที่ 1 ตุลาคม ที่อาคารไทยซัมมิท ชั้น 8 พรรคอนาคตใหม่(อนค.) จัดกิจกรรม ได้เวลาอนาคตใหม่ แถลงข่าวเปิดตัววิสัยทัศน์ประเทศไทย อนาคตใหม่ ไทย 2 เท่า นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรค นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค นายไกลก้อง ไวทยากร นายทะเบียนสมาชิกพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้อำนวยการพรรคฝ่ายนโยบาย และสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งรวมกว่า 100 คน
โดยนายปิยบุตร กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึง ไม่อยู่ในสภาพปกติ เพราะอยู่ภายใต้อำนาจของ คสช. หัวหน้า คสช.ยังมีอำนาจมาตรา 44 ไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่เข้าดำรงตำแหน่ง ดังนั้นทุกคนที่ตัดสินใจเข้ามาทางการเมืองแห่งนี้ยังมีความไม่แน่นอน ยังอยู่กับอำนาจเผด็จการ ส่วนพรรค พปชร.นั้น ตนสนับสนุนทุกพรรค สนับสนุนให้คนมาจัดตั้งพรรค แต่การปฏิบัติต่อพรรคการเมืองต่างๆ จะต้องอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน ทั้งพรรคที่ไม่ได้สนับสนุน คสช.ก็ต้องได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับพรรคที่สนับสนุน คสช. ทั้งนี้ทุกคนของพรรคไม่ได้มีใครเข้าไปถือครองอำนาจรัฐเพื่อพรรคอนาคตใหม่ แต่พรรคอื่นๆ จะมีรัฐมนตรีและผู้ดำรงตำแหน่งอื่นๆ แล้วมาบอกว่าเขาสามารถแยกแยะได้นั้น เป็นเรื่องที่สังคมและสื่อมวลชนเป็นคนตัดสินใจว่าความสุจริตนั้น เกิดจากที่คนคนหนึ่งบอกว่า เขาบอกว่าสุจริต หรือสังคมเป็นคนบอกสุจริต อย่างไรก็ตาม ขอพูดในนามของทุกพรรค ถึงการประกาศรับรองของ กกต.นั้นกระชั้นชิดมาก ในส่วนของ อนค.ต้องรอถึง 97 วัน นับตั้งแต่ยื่นเอกสารการประชุมครั้งแรก แต่ในส่วนของ พปชร.มีการประชุมเมื่อวันที่ 29 กันยายน จะต้องจับตาดูว่าจะใช้เวลากี่วันที่ กกต.จะรับรองการจดจัดตั้งพรรค ถ้าอนุมัติได้เร็วยินดีด้วย แต่ก็จะแสดงถึงมาตรฐานที่ไม่เท่ากันหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯประกาศสนใจการเมือง และมีการตั้งพรรค พปชร.นั้น นายปิยบุตร กล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจที่จะมาลงเล่น แต่ก็ไม่สามารถยินดีได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ถ้าหาก พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจลาออกจากราชการ แล้วไม่มายึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 แล้วลงแข่งขันทางการเมือง ไม่มีเหตุผลใดที่จะยอมรับการสืบทอดอำนาจ ถ้าคุณยึดอำนาจแล้ว อยากจะลงเล่นการเมือง ทำไมไม่ยึดอำนาจเพียงแค่ 3 เดือน หรือ 6 เดือน ทำไมต้องยึดอำนาจมาถึงตอนนี้ 4 ปี 4 เดือนแล้ว และตอนนี้คาดว่าจะอยู่ไปเรื่อย และจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีพรรคการเมืองสนับสนุนไปเรื่อยๆ อีก จึงอยากบอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีนายกฯคนใน ไม่มีนายกฯคนนอก มีแต่นายกฯที่มาจากการสืบทอดอำนาจของ คสช. กับนายกฯที่มาจากประชาชน
นายธนาธร กล่าวว่า การเลือกตั้งนี้ ชี้ชะตาสังคมไทยว่าจะเลือกเผด็จการหรือเสรีภาพ คนไทยจะอยู่แบบนี้อีกต่อไปหรือไม่ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. แสดงให้ชัดเจน จะดีมาก ประชาชนจะได้ตัดสินใจง่ายว่า จะอยู่กับการกดขี่ของคสช.ต่อไปหรือไม่ หรือจะลุกขึ้นยืนบอกว่าอำนาจเป็นของประชาชน ทวงอำนาจเสรีภาพ สนับสนุนประยุทธ์ ที่สนใจการเมือง ขอให้ประกาศชัดการเมืองจะได้ตัดสินใจ
เมื่อถามว่าเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งปี 2562 หรือไม่ แล้วหลังเลือกตั้ง ถ้าเสียงไม่พอชูนายธนาธร จะหนุนพรรคเพื่อไทยหรือพรรคใด นายธนาธร กล่าวว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นต้นปี 2562 ยืนยันว่าอนาคตใหม่พร้อมร่วมทำงานกับทุกพรรคที่ยืนหยัดในอุดมการณ์เดียวกัน เส้นนี้จะกำหนดว่าเราจะร่วมกับพรรคไหน 1.ไม่เอาการสืบทอดอำนาจของคสช.ทุกรูปแบบ รอบ 1-2 คนใน คนนอก ไม่เอา 2.แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และ 3.ล้มล้างผลพวงคณะรัฐประหาร นี่คือทางพาสังคมไทยกลับคืนสูความปกติ พรรคใดมีอุดมการณ์ร่วมกับเรา ก็พร้อมจะทำงาน
เมื่อถามว่าพร้อม ดีเบต พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ ในช่วงเลือกตั้ง นายธนาธร กล่าวว่า ถ้าได้ดีเบตกับพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ พร้อมดีเบต แลกเปลี่ยนความเห็น แต่ถ้าไปในฐานะหัวหน้าคสช.ไม่คุย
นายธนาธร กล่าวว่า ส่วนเป้าหมายส.ส.หลังการเลือกตั้งนั้น สิ่งสำคัญการเลือกตั้งครั้งนี้ คือการปักธงทางความคิด ถ้าทำให้ทุกคนกลับมาเชื่อในระบอบรัฐสภาได้ การรัฐประหารจะเกิดไม่ได้ การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเพียงสมรภูมิเดียวในสงครามทั้งหมด เป้าหมายตัวเลขอยู่ในกระบวนการที่ยังจัดทำอยู่ ไม่มีหัวคะแนน ยากมากที่จะบอกได้ว่าได้กี่คะแนน ต้องใช้เวลาประเมินในระดับจังหวัด ขอยืนยันว่าอนาคตใหม่พร้อมพาประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลง และตนพร้อมเป็นนายกฯ
นายปิยบุตร กล่าวว่า ไม่มีประเทศไหนเขียนล็อกให้พรรคการเมืองทำไพรมารีโหวต ให้แต่ละพรรคคิดเอง ให้ทำเป็นวัฒนธรรม คำถามคือ คนเขียนกฎหมายอยากให้มีไพรมารีโหวตจริงหรือไม่ หรืออยากให้ยุ่งยากต่อการปฏิบัติ สุดท้ายแล้วพรรคจำนวนมาก รวมถึงพรรคที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจก็ทำไม่ได้ ต้องมีคำสั่งคลายล็อกออกมา ในส่วนอนาคตใหม่ยืนยันมาตลอดว่าจะไพรมารีโหวตตามกติกาสากล ให้มีส่วนร่วมมากที่สุด อีก 3 เดือนจนถึงสิ้นปี สมาชิกพรรคต้องหาสมาชิก 1 หมื่นคน อาจจะไม่ยาก แต่มีเงื่อนไขต้องแจ้ง กกต.ก่อน 5 วัน แถมมีเส้นแบ่งระหว่างหาสมาชิกกับหาเสียง ถามว่าทุกพรรคทำได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ ก็การเมืองแบบเดิม หาเสียงไม่ได้ หาสมาชิกก็จำกัด แบบนี้ก็หันหานายทุน เครือข่ายอุปถัมภ์เหมือนเดิม ประเทศนี้ต้องการพรรคที่ไม่มีนายทุนจริงหรือไม่